PDA

View Full Version : ไดนามิกเรนซ์ เป็นไงใครรู้ช่วยนิยามให้ที


SoDaH2o
26th December 2006, 14:11
คือพอเข้าใจแต่ยังติดอยู่ในใจ ว่าที่ผมเข้าใจมันถูกรึเปล่า

ช่วงของการรับแสงที่กว้าง มีผลทำให้ภาพมีรายละเอียดทั้งในส่วนของชาโดว และ ไฮไลท์

วันนี้ใครทราบช่วยบอกผมที แล้วเขกกะบาลซักทีถ้าที่ผมเข้าใจมันผิดหมด....

แต่อย่าลืมนิยามไปเลยนะครับจะได้เข้าใจซักที ว่ามันคืออะไร
มีผลกับการถ่ายภาพยังไง ฟิล์ม และ ดิจิ ต่างกันยังไง ในเรื่องนี้

ขอบคุณล่วงหน้าครับ
:pen156:

playpig
26th December 2006, 14:50
รอแป๊ปนึงครับ เดี๋ยวไปตามคุณ Dofjerk ให้ครับ อิอิอิอิ........

softopera
26th December 2006, 14:59
พี่ Dofjerk มาช่วยแก้ข้อสงสัยหน่อยคับพี่ :pen110:

vicky
26th December 2006, 16:15
รอคำตอบอยู่ค่ะ
ผู้เชี่ยวชาญมาตอบที

DoFJerk
26th December 2006, 18:45
จริงไม่กล้าตอบ.. กลัวผิด งับ...

ไม่รู้จะอธิบายยังไงด้วยครับ.. เรื่องนี้มันยาวและค่อนข้างลึกซึ้ง.. เอาเป็นถามซอยถี่ๆ มาน่าจะตอบได้ง่ายกว่า..
ช่วงของการรับแสงที่กว้าง มีผลทำให้ภาพมีรายละเอียดทั้งในส่วนของชาโดว และ ไฮไลท์ อันนี้ก็ถือว่าไม่ผิดมั้งครับ..

ตามที่ผมเข้าใจ Dynamic Range คือ.. "ช่วงของการรับแสง"
สัดส่วนต่างระหว่าง ปริมาณแสงมากสุด กับ ปริมาณแสงน้อยสุด.. ที่ตัว Image Sensor สามารถรองรับได้..

พอดีว่า การถ่ายภาพเรานิยมใช้หน่วยเป็น stop เป็น EV.. ซึ่ง 1 EV มีปริมาณแสงห่างกัน 1 เท่าตัว..

แต่อย่าลืมนิยามไปเลยนะครับจะได้เข้าใจซักที ว่ามันคืออะไร
มีผลกับการถ่ายภาพยังไง ฟิล์ม และ ดิจิ ต่างกันยังไง ในเรื่องนี้ มีผลอย่างไร?

ก็อาการที่พบว่า "ขาวหลุด" เพราะปริมาณแสงมากกว่าที่ Image sensor จะเก็บไว้ได้.. เนื่องจาก ช่วงรับแรง หรือ Dynamic Range ไม่มากพอ..

ส่วนเทียบกับ film ยังงัยเนี่ย.. ให้พี่หมอหนกอธิบายดีกว่าครับ..

SoDaH2o
26th December 2006, 23:41
ขอบคุณมากครับ แสดงว่าที่ผมเข้าใจมาก็พอใช้ได้สิครับ

แต่ยังรอ ท่านอื่นมาช่วยเสริมให้แน่นๆ อีกนะครับ:pen156:

vicky
27th December 2006, 19:54
พี่ Dofjerk ช่วยเข้าไปดูกระทู้
http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?p=62240#post62240

ภาพ 2 กับ 3 เป็น Dynamic Range ยังไงหรอค่ะ
พี่เปามากบอกหนูยังไม่ค่อยเข้าใจเลย
งงคะ ๆ งง - -*

DoFJerk
27th December 2006, 20:55
พี่ Dofjerk ช่วยเข้าไปดูกระทู้
http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?p=62240#post62240

ภาพ 2 กับ 3 เป็น Dynamic Range ยังไงหรอค่ะ
พี่เปามากบอกหนูยังไม่ค่อยเข้าใจเลย
งงคะ ๆ งง - -* โทดทีคับ ..ผมยังงงเลย :pen102:

เหมือนไม่เกี่ยวนะ..เหมือนพี่เปาบอกว่า ขุดภาพมามากไป จน hilight มันหาย.. แต่ผมดูแล้วมันก็ยังเห็น hilight นี่..

ไม่รู้ผมเข้าใจอะไรผิดป่าวนะ.. :pen120:

vicky
27th December 2006, 21:32
โทดทีคับ ..ผมยังงงเลย :pen102:

เหมือนไม่เกี่ยวนะ..เหมือนพี่เปาบอกว่า ขุดภาพมามากไป จน hilight มันหาย.. แต่ผมดูแล้วมันก็ยังเห็น hilight นี่..

ไม่รู้ผมเข้าใจอะไรผิดป่าวนะ.. :pen120:

ค่ะ ๆ ไม่เห็นพี่เปามาตอบเลยยังงงค้างคาใจอยู่เลย T_T
หรือว่าปรับใน ps เยอะไปจนสีเพี้ยน :pen110:

kanatex
28th December 2006, 02:05
ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอกครับ
DR พูดภาษาชาวบ้านจะ หมายถึงการไล่รายละเอียดของโทนภาพจากมืดไปสว่าง
ถ้ากล้องตัวไหนไล่โทนได้ดี เนียน ไม่เห็นเป็นชั้นๆของสี ก็คือ DR ดีกว่า

โดยส่วนมากกล้องดิจิตัลจะมีปัญหาในการเก็บรายละเอียดในส่วนสว่างของภาพ หรือส่วนที่แสงโอเวอร์นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่นกล้อง Nikon D70 ถือว่ามี DR ไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับกล้อง canon เกือบทุกรุ่น

อย่างเช่นภาพตัวอย่างจะเห็นเลยว่า บริเวณที่โดนแดดจนโอเวอร์ รายละเอียดของเสื้อจะหายไปและไม่มีการไล่โทนที่ดี เท่าไหร่นัก ถ้าเป็นกล้องที่ดีจะสามารเก็บเสื้อมาได้ครบ ครับ อย่างเช่น canon 1Ds MkII ของ XL1 ที่ไปถ่ายด้วยกันเป็นต้น :pen102:

NEO2620
28th December 2006, 17:41
:pen145: ...

สัญญา
28th December 2006, 21:59
เหอๆเพิ่งรู้เหมือนกันครับ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยครับ ขอบคุณมากๆครับ เหอๆ

vicky
30th December 2006, 12:44
ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอกครับ
DR พูดภาษาชาวบ้านจะ หมายถึงการไล่รายละเอียดของโทนภาพจากมืดไปสว่าง
ถ้ากล้องตัวไหนไล่โทนได้ดี เนียน ไม่เห็นเป็นชั้นๆของสี ก็คือ DR ดีกว่า

โดยส่วนมากกล้องดิจิตัลจะมีปัญหาในการเก็บรายละเอียดในส่วนสว่างของภาพ หรือส่วนที่แสงโอเวอร์นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่นกล้อง Nikon D70 ถือว่ามี DR ไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับกล้อง canon เกือบทุกรุ่น

อย่างเช่นภาพตัวอย่างจะเห็นเลยว่า บริเวณที่โดนแดดจนโอเวอร์ รายละเอียดของเสื้อจะหายไปและไม่มีการไล่โทนที่ดี เท่าไหร่นัก ถ้าเป็นกล้องที่ดีจะสามารเก็บเสื้อมาได้ครบ ครับ อย่างเช่น canon 1Ds MkII ของ XL1 ที่ไปถ่ายด้วยกันเป็นต้น :pen102:


แจ่ม !! ขอบคุณค่ะพี่คะน้า :angel:
งงมาตั้งนาน

SoDaH2o
30th December 2006, 18:40
ขอบคุณทุกคนมากครับเข้าใจแล้วครับทีนี้ เวลาพูดถึง DR จะได้พูดได้เต็มปากซักทีครับ เดี๋ยวพูดไปแล้วไม่รู้จริงจะโดนหาว่ากระแดะเอาได้ 555+++

:pen152:

Bound
4th January 2007, 04:43
เข้ามาเก็บความรู้ครับ.........................:pen123: :pen123:

หนก บางหลวง
4th January 2007, 07:24
Dynamic range ในความหมายที่พวกเราเข้าใจกันในข้างต้นนั่นแหละครับ
Dynamic range ของฟิล์มจะหาได้จากการสร้างกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างDensityหรือระดับความดำ ( ดำที่สุดคือ Density=100% และไม่ดำเลยคือขาวสุดคือDensity=0% ) กับปริมาณของแสง(ซึ่งก็คือExposure valueแบบที่เราเข้าใจกัน)

Dynamic range จึงเป็นช่วงของปริมาณแสงที่วัดจากจุดที่ทำให้ค่าDensity=100% ลงมาถึงค่า 0%

ในกรณีของกล้องดิจิทัลนั้น ก็ให้ความหมายที่คล้ายกัน เพียงแต่out putคนละแบบกันเท่านั้นครับ คือ จะไล่จากค่า lightness หรือ ค่าL ใน Lab color space โดยไล่จากค่า L=0 ไปยัน L=100 นั่นแหละครับ

อีกคำที่จะต้องแยกจากdynamic range ก็คือ การไล่โทนหรือ gradation เพราะmediaที่มีค่าgradationสูง ก็คือ mediaที่สามารถแยกแยะระดับความสว่างจากค่าdensity 0 ไปยังค่าdensity 100% ได้อย่างต่อเนื่อง

คล้ายกับจอmonitorที่ผ่านการcalibrateมาอย่างดี ก็จะสามารถไล่ระดับสีเทาได้ต่อเนื่องทั้ง256ระดับได้ นั่นก็คือมีค่า gradationที่ดี

แต่จอที่ไม่ได้ทำการcalibrateมา ก็จะไล่ระดับสีเทาได้เป็นปื้นๆ ซึ่งก็คือมีค่าgradationไม่ดี

แต่ทั้ง2จอนั้นอาจจะมีค่าblack point และ white point ที่เท่ากัน ( ซึ่งก็คือมีdynamic rangeที่เท่ากัน )

ความสามารถของกล้องดิจิทัลในการเก็บdynamic rangeมีปัจจัยอยู่มากพอสมควร อาทิเช่น การออกแบบCCDหรือ CMOS , การออกแบบวงจรภายในกล้อง , รวมไปถึงการออกแบบสมการในการคิดคำนวณหรือinterpolateของผู้ผลิตเอง

ค่าgradationของภาพจะขึ้นกับจำนวน bitของRaw file ที่กล้องแต่ละตัวถูกออกแบบมา ยิ่งbitมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเก็บรายละเอียดและการไล่โทนได้ต่อเนื่องดีขึ้นเท่านั้น และเมื่อแปลงกลับมาเป็นJPGก็จะย่อมสามารถแปลงกลับมาได้ภาพที่มีการไล่โทนได้ต่อเนื่องได้ดีขึ้น ( ถึงแม้ว่า JPGจะมีค่าbitแค่ 8bitต่อchannelเท่ากันทุกกล้องก็ตาม แต่ต้นฉบับที่ดีกว่าย่อมแปลงมาได้ภาพปลายทางที่เนียนกว่า )

เดี๋ยวมีเวลาจะมาสอนวิธีการคำนวณหาค่าDRแบบง่ายครับ

SoDaH2o
6th January 2007, 08:14
โห.....ขอบคุณมากครับ เข้าใจอะไรขึ้นเยอะเลยครับ...

jackoman
23rd February 2007, 12:27
ได้ความรู้ไปอีแล้วละเนี่ย

GR1s
15th March 2007, 09:07
เข้ามาเก็บความรู้ครับ ขอถามเพิ่มว่าเราจะใช้ DR อย่างไร หรือเป็นค่าแสดงผลหลังการถ่ายรูปเพื่อนำไปใช้ประโยชน์อื่น เช่น แต่งภาพ

DoFJerk
15th March 2007, 10:52
ขอถามเพิ่มว่าเราจะใช้ DR อย่างไร หรือเป็นค่าแสดงผลหลังการถ่ายรูปเพื่อนำไปใช้ประโยชน์อื่น เช่น แต่งภาพ อืม.. เปล่านะ.. ผมคิดว่ามันเห็นประโยชน์ในด้านการแต่งภาพไม่ชัดเจนมากขนาดนั้น.. แต่ก็มีผลในด้านข้อจำกัดบางเรื่อง.. คือ ภาพที่เราแต่งมันเป็นการ output ของ DR ในรูปแบบของภาพถ่าย แล้วเราเอามาแต่ง หรือเอามาผ่านขบวนการเพิ่มเข้าไป..
ถ้า input ที่ดี เช่น DR มาก บันทึกแสงช่วงกว้าง มันก็ทำให้มีข้อจำกัดด้านนี้น้อยลง..

เอาเป็นว่า.. DR บอกข้อจำกัดของการถ่ายภาพ.. ของ scene ภาพที่เรากำลังจะบันทึก.. ว่าจะได้ภาพตรงไหนมืด ตรงไหนสว่าง.. น่าจะมีผลโดยตรงกับการวัดแสงชัดเจนมากกว่าครับ..

DR ไม่ดี ก็คือ ข้อจำกัดของเราก็มีมากขึ้น.. แต่เราเลือก scene ได้ว่าอันไหนอยู่ในข้อจำกัดที่เรามี อันไหนเกินข้อจำกัด..

แต่ DR มาก ก็อาจจะเป็น ข้อเสีย.. หาก scene ที่เราบันทึกมันมีความต่างแสงไม่มาก.. ภาพที่ได้ก็จะดูไม่มี contrast.. ดูแบน ไม่มีมิติ.. อันนี้เราก็จะไป แต่ง เอาที่หลังให้ภาพดูดีขึ้น..
ในทำนองเดียวกัน หาก DR น้อย ข้อเสีย.. หาก scene ที่เราถ่ายมีความต่างแสงมากเกิน DR.. ภาพมันก็จะสูญเสียรายละเอียดในส่วนที่เกิน DR ไป.. อันนี้การตกแต่งเพื่อกู้รายละเอียดอาจจะทำได้ยากหรือไม่ได้เลย.. แต่ข้อดี..คือ ภาพมักออกมา contrast สูง.. มีมิติลึกกว่า..

sevens
15th March 2007, 16:43
ความรู้ทั้งนั้นเลยค้าบ...

ขอบคุณพี่หนก บางหลวง และ DoFJerkมากๆค้าบผม

GR1s
16th March 2007, 07:52
ขอบคุณครับ ขอถามต่อ เวลาเราถ่ายรูป ก็จะกำหนดค่ารับแสง แล้วก็เช็คว่ารูปที่ถ่ายดูดีหรือไม่ การเช็ค DR เหมือนกับช่วยยืนยันด้วยข้อมูลทางเทคนิคอีกแรงใช่ไหมครับ

DoFJerk
16th March 2007, 08:56
ขอถามต่อ เวลาเราถ่ายรูป ก็จะกำหนดค่ารับแสง แล้วก็เช็คว่ารูปที่ถ่ายดูดีหรือไม่ การเช็ค DR เหมือนกับช่วยยืนยันด้วยข้อมูลทางเทคนิคอีกแรงใช่ไหมครับ ก็ถูก.. โดยมาก confirm ด้วย histogram หรือ highlight warning ตอน view รูป ผ่าน LCD หลังกล้องก็ได้ครับ.. ถ้าไม่ใช้สองอย่างนี้อย่างใดอย่างนึง อาจจะดูออกยากเพราะภาพบน LCD กับภาพจริงมันแตกต่างกันอยู่ เนื่องการข้อจำกัดด้านการแสดงผลของ LCD หลังกล้อง..

ก็อย่างเช่น.. เรารู้ว่ากล้องเรามี DR ที่ด้านสว่างได้ถึง 3.3 stop ก็ทำให้เรารู้ว่า อยากถ่ายอะไรที่ขาวๆ ให้มันขาวจั๊ว... อาจจะต้องชดเชยถึง +2.. (เผื่ออีก 1 นิด กันหลุด) แต่ถ้า DR ด้านสว่างมีแค่ 2.5 stop จะชดเชย +2 ก็อาจจะทำให้ detail + texture หายไปได้.. เลยอาจจะชดเชยลดลงมาบ้าง...

นอกจากนี้ รายละเอียดของภาพด้าน highlight บางส่วน จะซ่อนอยู่ ไม่เห็นได้ในภาพ JPEG ทั่วๆ ไป.. แต่ถ้า RAW แล้วอาจจะกู้ออกมาได้อีกกว่า 1 stop อีก..โดยใช้ software ช่วย.. อันนี้ก็ใช้พิจารณาได้ด้วย.. ว่าอ๋อ.. ถ้าหลุดนิดๆ ยังพอกู้ได้นะ.. ซึ่งรายละเอียดส่วนนี้ไม่เห็นผ่าน LCD หลังกล้องแน่นอน.. หรือแม้แต่ดู histrogram ก็อาจจะไม่เห็น..

Paoz
12th April 2007, 19:27
เก็บๆ ขอบคุงๆ:pen156:

ผมยาว ชาวเล
16th April 2007, 03:08
ขอบคุณครับ :pen145: :pen116:

ohiyo
24th May 2007, 13:17
พี่คับ อย่างงี้ หมายความว่าถ้าเราต้องการให้มี แสง ตั่งแต่ สว่าง สุด ไปถึงมืดสุด
เราก็ต้องวัดแสงค่าพอดี ในบริเวณที่มีค่าแสงพอดี ไม่ใช่ค่าแสง over ใช่ไหมคับ

kanatex
24th May 2007, 13:23
ไม่เสมอไปครับ อยู่ที่สภาพแสงจริง ถ้าบริเวณนั้นไม่มีแสงสว่าง หรือไม่มีความมืดมันก็ไม่ครบ อยู่ที่มุมมองในการถ่ายภาพด้วยว่าเราจัดกรอบให้กับค่าแสงในภาพครบรึเปล่า แล้วค่อยเลือกวัดแสงตรงที่เราอยากให้เป็นตามจินตนาการจะพอดีหรือว่าจะชดเชยโอเวอร์อันเดอร์ก็ได้ครับ บางทีถ่ายในที่มืดต้องถ่ายโอเวอร์เยอะๆถึงจะได้สีขาว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้ครบตั้งแต่สว่างสุดถึงมืดสุด หรือถ่ายภาพท้องฟ้ามีแต่เมฆขาวๆวัดแสงพอดียังงัยก็ไม่มีส่วนดำสนิทเป็นต้น

Tumz Macro
18th June 2007, 13:36
555 เพิ่งได้โอกาสเข้ามาอ่าน ขอบคุณพี่คะน้าครับ ^^

egg
25th September 2007, 12:59
ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอกครับ
DR พูดภาษาชาวบ้านจะ หมายถึงการไล่รายละเอียดของโทนภาพจากมืดไปสว่าง
ถ้ากล้องตัวไหนไล่โทนได้ดี เนียน ไม่เห็นเป็นชั้นๆของสี ก็คือ DR ดีกว่า

โดยส่วนมากกล้องดิจิตัลจะมีปัญหาในการเก็บรายละเอียดในส่วนสว่างของภาพ หรือส่วนที่แสงโอเวอร์นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่นกล้อง Nikon D70 ถือว่ามี DR ไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับกล้อง canon เกือบทุกรุ่น

อย่างเช่นภาพตัวอย่างจะเห็นเลยว่า บริเวณที่โดนแดดจนโอเวอร์ รายละเอียดของเสื้อจะหายไปและไม่มีการไล่โทนที่ดี เท่าไหร่นัก ถ้าเป็นกล้องที่ดีจะสามารเก็บเสื้อมาได้ครบ ครับ อย่างเช่น canon 1Ds MkII ของ XL1 ที่ไปถ่ายด้วยกันเป็นต้น :pen102:


เข้าใจแล้วคร้าบบ :pen145:

ootto007
25th September 2007, 15:10
:pen145: ขอบคุณพี่ๆมากคับ:pen167:

pornlin
9th October 2007, 08:25
"I SEE":pen116: :pen116:

notlonely
11th December 2007, 11:58
อิอิ ขอบคุงคร่า:pen156:

http://notlonely.multiply.com

Zypher
12th December 2007, 12:13
ขอบคุณด้วยคนครับ เออ แล้วเราจะไปดู spec ของกล้องได้ยังไงครับว่ามี DR เท่าไรดูจาก ความสามารถในการชดเชยแสงหรือครับ

zaddman
4th May 2008, 00:08
ขอบคุงครับสำหรับฟามรู้

olye3cm
8th May 2008, 15:22
ผมมีข้อเปรียบเทียบนิดหน่อยเกี่ยวกับ DR กล้องแต่ละตัว แต่ละยี่ห้อต่างก็มีค่า DR ต่างกัน ...ค่า DR ที่ดีที่สุดให้เปรียบเทียบกับตาของเรา ขณะที่เราอยู่ในที่มีแดดจัดอย่างภายนอกอาคาร ตาของคนเรายังสามารถที่จะมองเข้าไปในอาคารและเห็นรายละเอียดในบริเวณที่มีแสงน้อยนิดได้ ไม่มีไฮไลท์ ไม่มีชาโดว์ ก็เพราะเรามีตาที่มีค่า DR ที่กว้างมาก(ประมาณ 20สตอป)และดีที่สุด แต่กล้องจะไม่สามารถทำได้หรือมีประสิทธิภาพไม่เหมือนตาคนเรา (กล้องดิจิตอล DR ประมาณ 5-7สตอป)กล้องที่มีช่วง DR มากก็จะสามารถเก็บระดับส่วนต่างของแสงระหว่างไฮไลท์กับชาโดว์ได้มากกว่ากล้องที่มีช่วง DR น้อย

olye3cm
8th May 2008, 15:27
ขอบคุณด้วยคนครับ เออ แล้วเราจะไปดู spec ของกล้องได้ยังไงครับว่ามี DR เท่าไรดูจาก ความสามารถในการชดเชยแสงหรือครับ
ส่วนใหญ่ผู้ผลิตไม่ค่อยจะบอกเรื่องพวกนี้ครับ อาจจะกลัวว่าตัวเองมันด้อยกว่าคนอื่น เพราะถือว่าเวลาวัดกันเนี่ย...มันยากส์

hongnunglen
13th May 2008, 19:30
thank you krub

macopolo
13th May 2008, 20:51
:pen145: ........:pen146:

lamplas
15th May 2008, 12:41
จดๆๆๆ เก็บบบ ขอบคุณคับ:pen145:

นายบัดดี้
26th May 2008, 19:16
ขอบคุณครับ


:pen145: :pen145: :pen145:

DoFJerk
26th May 2008, 22:35
ส่วนใหญ่ผู้ผลิตไม่ค่อยจะบอกเรื่องพวกนี้ครับ อาจจะกลัวว่าตัวเองมันด้อยกว่าคนอื่น เพราะถือว่าเวลาวัดกันเนี่ย...มันยากส์ ผมว่าไม่มี standard การวัด ที่ผู้ผลิตยอมรับกันมากกว่าครับ...
เกรงว่าถ้ามีเจ้าไหนบอกไปจะเป็นราคาคุย เป็นตัวเลขเว่อร์ๆ กันไปนะ.. อีกเจ้าก็จะเอาตัวเลขมากๆ มาข่ม.. เพราะ มีวิธีวัดคนละอย่าง..
ชอบไม่จบกันที่ DR ช่วงมืด เพราะชอบไป cut-off กันที่ค่า noise ต่างๆ..
อีกอย่าง.. ถ้าบอก DR แล้วมันไม่จบ เพราะ ออกจาก sensor มาก็มาปรับโน่นผสมนี่ซะจนมากมาย ไม่รู้จะเอาตรงไหนมาวัดกันดี... ไปๆ มาๆ standard ก็ต่างคนต่างสร้างกันขึ้นมา..

ถ้า Image sensor หรือ CCD/CMOS ที่ทำขายกัน จะมีค่า Dynamic Range บอกครับ แต่เค้าบอกเป็น Dynamic Range ในเรื่อง signal ใช้หน่วย dB มากกว่าที่จะเป็น Photographic term.. เพราะมันคนล่ะอย่าง..

poositlove
15th June 2008, 18:14
ได้ความรู้ขึ้นอีก ขอบคุณความรู้ดีๆๆ

offerrer
26th June 2008, 01:04
:pen156: :pen156: :pen156:

yutthadej
19th October 2008, 21:19
ขอบคุณครับ

thanawat7388
28th January 2009, 10:17
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

noozah
28th January 2009, 13:06
ความรู้นี้ต้องเก็บ

photo189
18th February 2009, 16:34
จดอีกแล้วครับ ... จดแล้วก็จดอีก.. หุหุ
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

นายหนึ่ง ๕๐
26th February 2009, 14:22
ได้ความรู้อีกแล้ว


ขอบคุณครับ

ta_oad
26th February 2009, 15:36
เก็บลง หน่อยความจำ ^^

แว่นขยาย
26th February 2009, 22:05
อย่างนี้ต้องจด ๆๆๆๆๆๆๆ แล้วกลับไปถ่าย ๆๆๆๆๆๆๆ
ขอบคุณมากๆ ครับ :pen156:

PixPix
3rd March 2009, 17:43
เข้าใจแล้วครับเรื่อง DR กลับมางงเรื่อง hight กับ shadow แทนที่จิงมันต่างกันยังไงแน่ๆ

bluesguy
3rd March 2009, 23:43
ไม่เสมอไปครับ อยู่ที่สภาพแสงจริง ถ้าบริเวณนั้นไม่มีแสงสว่าง หรือไม่มีความมืดมันก็ไม่ครบ อยู่ที่มุมมองในการถ่ายภาพด้วยว่าเราจัดกรอบให้กับค่าแสงในภาพครบรึเปล่า แล้วค่อยเลือกวัดแสงตรงที่เราอยากให้เป็นตามจินตนาการจะพอดีหรือว่าจะชดเชยโอเวอร์อันเดอร์ก็ได้ครับ บางทีถ่ายในที่มืดต้องถ่ายโอเวอร์เยอะๆถึงจะได้สีขาว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้ครบตั้งแต่สว่างสุดถึงมืดสุด หรือถ่ายภาพท้องฟ้ามีแต่เมฆขาวๆวัดแสงพอดียังงัยก็ไม่มีส่วนดำสนิทเป็นต้น

แจ้งเลย...หาวิธีแก้ HDR มาตั้งนาน ลองเอาไปทำแล้วครับ ใช้ได้เลย

ead
26th March 2009, 12:19
แอบมาขโมยความรู้หน่อยนะครับ

BBYA
26th March 2009, 17:35
แจ่ม !! ขอบคุณค่ะพี่คะน้า :angel:
งงมาตั้งนาน

ขอบคุณครับความรู้เน้นนนๆๆๆ :pen145::pen145::penflag:

kanate
30th April 2009, 10:45
ขอบคุณมากเลยครับ จดจด

adrinaline
19th May 2009, 18:29
เท่าที่อ่านแล้วผมเข้าใจ(เอาเอง)ว่าเป็นเรื่องของการไล่สีจากโทนมืดถึงโทนสว่าง
ถ้าเนียน ใกล้เคียงกับระดับสายตาที่เรามองมากกว่า ก็แสดงว่า DR ดีกว่า
ขอบคุณมากครับ

drdae
24th May 2009, 04:27
ขอบคุณมากๆ ครับ

ArchdukePePae
31st May 2009, 12:41
ขอบคุณครับ เก็บความรู้ ถึงจะยังงงๆๆ อยู่

alices
8th June 2009, 13:54
ดูด ๆๆความรู้

patty777
11th June 2009, 10:56
ขอบคุณคร้าบ ได้ความรู้จริงๆ

~MaBuz~
12th June 2009, 23:44
ว้าว ทำไมผมเหมือนจะเข้าใจนะเนี่ย
ว๊า แย่จัง ต้องอ่านหลายๆรอบหน่อยดีกว่า

aobaob
22nd July 2009, 13:12
ขอบคุณสำหรับความรู้นะครับ

CBP
9th August 2009, 19:11
ขอบคุณคร้าบ

choice
21st September 2009, 09:09
ขอบคุณหลายๆ ครับ

adv
21st September 2009, 09:34
เมื่อวานไปฟังจารย์ดัสสอนเรื่องข้อดีnikon เอ้ย! ไ่ม่ใช่
สอนเรื่อง DR ว่ากระจ่างใสขึ้นเยอะ (แต่ไม่รู้ว่าที่เข้าใจนั้น เข้าใจถูกหรือผิด 555)

wasonh
15th November 2009, 22:19
สาระเน้นๆจริงๆ

bomact
20th November 2009, 13:16
ขอบคุณครับ

maewnarm
25th December 2009, 16:26
ขอจดไปทบทวนด้วยคน
ตึงๆละ

ขอบคุณทุกท่านที่มาให้ความรู้ครับ

packiizz
27th December 2009, 01:18
เข้ามาเก็บความรู้ คร๊าฟฟฟฟ

wipoo
27th December 2009, 18:23
ขอบคุณมากๆครับ

koheken
13th January 2010, 14:22
ชัดเจนเปลี่ยน ขอบคุณครับ

asuji
1st February 2010, 16:32
ดีมากเลยครับ ขอบคุณครับ

นครศรีฯ2552
7th February 2010, 13:27
:pen145::pen145::pen123::pen123:

nuch5047
1st April 2010, 21:51
:pen145::pen145::pen145:มาขอเรียนด้วยคนคะ

rukavajung
11th April 2010, 23:35
น่าจะเปนการใช้โปรแกรม เพื่อเอา feature ของแต่ละส่วนจากหลายๆภาพมารวมกัน

เคยเห็นเค้าทำกับ photoshopครับ เด่ะแป่ะให้ดู http://www.photoshoppub.com/wp-content/uploads/2009/10/hdr-cover-photoshop-puby.jpg


ส่วนนี้เนื้อหาคับhttp://www.photoshoppub.com/hdr-photoshop/

golunu69
5th June 2010, 20:04
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับผม
อยากจะถามต่ออีกนิดอ่าครับว่า...นอกจากกล้องแล้วเลนส์มีส่วนเกี่ยวข้องกับDRด้วยรึป่าวครับ
เช่นถ้านำเลนส์ดีๆมาใส่กับกล้องธรรมดาๆ จะช่วยให้สามารถเก็บDRได้กว้างขึ้นรึป่าวครับ

DoFJerk
5th June 2010, 20:43
...นอกจากกล้องแล้วเลนส์มีส่วนเกี่ยวข้องกับDRด้วยรึป่าวครับ
เช่นถ้านำเลนส์ดีๆมาใส่กับกล้องธรรมดาๆ จะช่วยให้สามารถเก็บDRได้กว้างขึ้นรึป่าวครับ เกี่ยวครับ.. แต่ไม่ทำให้กว้างขึ้นนะ.. มีแต่จะทำให้แคบลง..

หลายคนคงค้านหัวชนฝาเลยว่า เลนส์ มันเกี่ยวกะ DR ได้อย่างไร..
เกี่ยวได้ครับ.. เพราะ เลนส์ที่ไม่ใส หรือ ลดแสง glare ไม่ดี จะทำให้ ดำ ไปดำได้ไม่สุด.. ซึ่งจะพบได้ในกรณีที่ เจอสภาพแสงที่เปรียบต่างสูง หรือ ย้อนแสง นั่นเองครับ..

layou
11th June 2010, 12:58
:pen145::pen156:

jimlim
11th June 2010, 21:55
:pen159:

อย่างนี้นี่เอง

khanin182
21st June 2010, 09:50
อืม ได้ความรู้มากมาย

LeoChon
22nd June 2010, 15:25
เข้าใจแล้วครับท่าน

Fofoto
22nd June 2010, 17:56
แบบนี้นี่เอง ขอบคุณความรู้ ดี ๆ ครับ

vidview
24th July 2010, 23:17
ขอบคุณครับด้วยครับ:pen153:

fotobyfo
31st July 2010, 15:01
:pen110:ขอบคุณสำหรับความรู้ดี ๆ ครับ

DuuI
1st August 2010, 16:57
ขอบคุณครับ ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้ว เก็บสะสมไปเรื่อย ๆ

jotonzai
18th August 2010, 13:33
มาเก็บความรู้ด้วยคนครับ

ohm8
12th October 2010, 13:32
ขอบคุณครับ

deli
2nd December 2010, 09:13
save save ปัญญา

Punatity
3rd January 2011, 17:36
ขอบคุนคับ เข้าใจสักที อิอิ

suitirat
21st January 2011, 15:00
มาจดครับ:pen110:

nplukmoo
1st February 2011, 19:27
เข้าใจว่า เป็นการนำรูป2รูปที่ composition ตรงกัน แต่ นำจุดเด่นของแต่ละภาพ ดึงออกมา รวมอยู่ในรูปเดียว ตัวอย่างเช่น ชายหาด ตอนพระอาทิตย์ขึ้น ก็จะเด่นที่ พระอาทิตย์ กับ เขาที่เหนรายละเอียดชัดขึ้น .... ประมาณนั้นครับ

opel2b
6th March 2011, 13:30
เพิ่มเติม ความรู้อีกนิดเผื่อว่าจะได้รูปสวยๆ กลับบ้านมากขึ้น ขอบคุณครับ

TOT33
20th July 2011, 05:09
ผมเข้าใจถูกมานาน แต่พึ่งเข้าใจอย่างลึกซึ้งก็กระทู้นี้เองครับ
ขอบคุณทุกๆคนครับที่ทำให้กระจ่างขึ้น:pen108:
แล้วก็:pen145::pen145::pen145:

teenoynoy
20th July 2011, 11:01
อย่างงี้นี่เอง:pen145:

shadow98
3rd September 2011, 15:02
ขอบคุณในความรู้ครับ.....

NEWMAZA
4th September 2011, 12:04
ตามมาจดครับ ^^

pee1323
8th September 2011, 14:57
ได้เนี้อล้วนๆ เลยครับ
ขอบคุณครับ

sitter
8th October 2011, 00:22
ได้ความรู้มากมายเลย ขอบคุณครับ

create103
8th October 2011, 02:30
ขอบคุณครับ ผมพึ่งจะจับกล้องได้ไม่พออาทิตย์เลย ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

distinctively
8th October 2011, 23:14
เริ่มกระทู้นี้ตั้งแต่ 26th December 2006 ผมเพิ่งได้ความรู้ ณ วันที่ 08th October "2011"
อืมมม สุดยอดเลยครับ (สมาชิกใหม่ครับ)

worawitj
9th October 2011, 15:41
ขอขอบคุณ ทุกข้อมูลความรู้ครับ

hmooza
19th October 2011, 16:14
แจ่มแจ้งเลยครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ อย่างงี้ครับ

onimaru55
15th November 2011, 23:18
ขอบคุณสำหรับข้อมูดีๆ คับ

winsk127
10th December 2011, 22:57
ขอบคุณครับ

ตามลมใต้
3rd June 2012, 23:56
ขอบคุณครับ

puremaiz
21st August 2012, 21:36
เข้ามาหาความรุ้ครับ มากๆ ๆๆ

kikwan
22nd October 2012, 16:42
ขอบคุณคร้าบบบ :pen103:

Chart_bon
3rd December 2012, 01:30
ขอบคุณครับบบ

ัyodpakdee
4th August 2013, 20:29
เข้ามาหาความหมาย และเติมความรู้ให้กับตัวเอง ขอบคุณครับ

ChinNeEn
1st March 2014, 05:50
ได้ความรู้อีกละครับ อิอิ