PDA

View Full Version : การเลือกสิ่งที่จะถ่าย (ผู้เขียน Lexusman)


มุสะโตะ
15th February 2007, 11:02
เมื่อคืนผมนั่งค้นกองหนังสือเก่าๆ ในบ้าน พอดีเจอกองนิตยสาร Focusing สมัยแรกๆ ที่ซื้อไว้
ผมหยิบเล่ม Vol.1/No.1 JULY 2004 มานอนอ่านก่อนนอน

บทความของคอลัมน์หนึ่ง ที่แต่ก่อนอ่านไม่ค่อยเข้าใจ พอมาอ่านอีกทีเหมือนกับพบเพชรในกองหนังสือเก่าๆ ใต้เตียงนอน

นั้นคือเรื่อง การเลือกสิ่งที่จะถ่ายภาพ ที่เขียนโดยพี่หมอ Lexusman

ประเด็นหลักๆ คือ ผมว่ามันเหมาะมากสำหรับคนที่คิดว่าตอนนี้รู้สึกตัน รู้สึกว่าตัวเองคงที่ และอยากจะพัฒนาต่อไปอีกขั้นหนึ่ง

ฉนั้น บทความชิ้นนี้จะไม่พูดถึงเรื่อง สปีดชัตเตอร์ รูรับแสง หรือองค์ประกอบภาพ

อาจจะต้องใช้เวลาทำความเข้าใจหน่อยนะครับ ลองปรินท์ออกมาค่อยๆ อ่านจะดีกว่าครับ

กราบขอบพระคุณ พี่หมอ Lexusman แทนชาวพิกโปรด้วยนะครับ

ปล. ขอบคุณ thaidphoto ด้วยครับ เพราะบทความนี้เคยมีไฟล์อยู่ที่ Thaidphoto.com ในคอลัมน์เล่าสู่กันฟัง Thursday 07 October 2004 แต่ไฟล์หายไปแล้วผมก็อบปี้มาจาก google หน้าที่ถูกเก็บไว้ครับ

mcmanoi
15th February 2007, 11:10
แล้วมันอยู่ตรงไหนค่ะเนี่ย พี่ทำลิ้งค์ไว้อ้ะป่าว.. ไม่รู้ไปอ่านตรงไหนดี :pen110:

มุสะโตะ
15th February 2007, 11:12
การเลือกสิ่งที่จะถ่าย

ผู้เขียน Lexusman

หมายเหตุ การถอดความของผม ไม่ได้ แปลตามความหมายทุกตัวอักษร ผมจับใจความแล้วเขียนคำไทยเทียบ ดังนั้น อาจไม่ตรงกับความหมายของคำ แต่จะเน้นที่ใจความหลัก และบางคำผมเลี่ยงคำ ดังเช่น young photography โดยนัย ผมเชื่อว่า เขาหมายถึง มืออ่อนหัด แต่เกรงคำนี้จะไม่สุภาพ ผมจึงขอแปลงเป็นคำว่า มือใหม่

ถอดความมาจาก "การเป็นนักถ่ายภาพ" บทสนทนาระว่าง เดวิด เฮิร์น/แมกนั่ม กับ บิล เจย์

บิล - เมื่อเราถกกันถึงเรื่องคำนิยาม ที่คุณบอกว่าแก่นหลักของการถ่ายรูป คือการแสดงให้ได้ว่าสิ่งต่างๆ ที่ถ่ายนั้นมันเป็นอย่างไร ผมว่านี่เป็นจุดสำคัญเพราะมือใหม่ มักสนใจแต่อุปกรณ์ ไม่ได้มีความคิดสนใจในสิ่งที่จะถ่าย

เดวิด - ครับใช่ ขอเน้นที่ประเด็นว่า คุณไม่อาจเป็นนักถ่ายภาพได้เพียงเพราะคุณมีความสนใจในการถ่ายภาพ

บิล - ช่วยอธิบายเพิ่มหน่อยครับ

เดวิด - คนส่วนมากมักสนใจถ่ายภาพในทางฉาบฉวย เพราะคนส่วนมากอาจหลงในชีวิตอันมีเสน่ห์ของช่างภาพสงครามหรือช่างภาพแฟชั่นระดับแนวหน้า หรือมีความภูมิใจในการครอบครองกล้องที่สวยและสุดยอด หรือเคล็ดลับในห้องมืด หรือรูปที่สวยๆที่พวกเขาสามารถถ่ายเลียนแบบตามได้เหมือน อย่างไรก็ตาม การทำอย่างนี้นั้น ไม่ว่าจะทำให้เขามีความสุขแค่ไหน สนุกยังไง ก็ยังไม่พอที่จะทำให้เขาเป็นนักถ่ายภาพที่แท้จริงได้ เหตุผลคือ การถ่ายภาพ เป็นเพียงตัวกลางในการแสดงออกซึ่ง เสน่ห์ หรือความจริงที่เป็นอยู่ของสิ่งต่างๆ อุปมา เช่นการเลือกซื้อรถยนต์ที่เลิศหรู เพื่อแสดงถึงฐานะ หรือการดึงดูดใจเพศตรงข้าม หรือซื้อเพราะมันมีการตกแต่งภายในอย่างหรูหรา หรือมีวิศวกรรมยานยนตร์ที่สุดยอด หรืออื่นๆ แต่สิ่งต่างๆ ที่กล่าวมานั้น ไม่มีค่าเลย ถ้ารถคันนั้นมันไม่สามารถวิ่ง พาคุณไปที่ต่างๆได้

บิล - จุดหมายของการถ่ายภาพก็คือการนำเสนอความเป็นไป ของสิ่งนั้นหรือชีวิตนั้นภายใต้สภาวะการณ์เฉพาะ หรือเวลาพิเศษและแสดงผลนั้นให้ผู้อื่นทราบ

เดวิด - ใช่ แต่ขอเตือนตรงนี้ว่า แม้ว่าที่คุณกล่าวมาจะจริง มันไม่ใช่การบันทึกเฉพาะด้านดี ของอะไรก็ได้ บางภาพจะสวยกว่า น่าสนใจ และบันดาลใจกว่า แต่ที่มากกว่านั้น มันต้องมีรูปแบบเฉพาะที่ลบไม่ได้ ของผู้ถ่าย ดังนั้นคำถามคือ อะไรเป็นตัวสำคัญที่จะเปลี่ยนภาพที่ดูธรรมดาๆ ให้เป็นภาพยอดเยี่ยม

บิล - แล้วคุณว่าอะไร

เดวิด - มันอยู่ที่การเลือกสิ่งที่จะนำเสนอ นักถ่ายภาพต้องเน้น ถ่ายทอดความเป็นไป ของภาพ ไม่ใช่แค่ความสวยงามที่มองเห็น จะทำอย่างนี้ได้ ต้อง ทุ่มเท อ่าน ค้นคว้า พูดคุย พยายามและอาจล้มเหลวมาหลายต่อหลายครั้งในเวลาที่ยาวนาน

บิล - ผมทึ่งมากเลยกับความคิดนี้ สำหรับผมมันดูเหมือนว่า เสน่ห์ที่ดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องของการถ่ายภาพ คือคุณต้องค้นหาความเป็นไปในสิ่งที่จะถ่าย ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถถ่ายทอดความน่าสนใจนั้นให้คงอยู่ได้นานๆ และผมได้เรียนรู้จากคุณ หลังจากที่คุณบอกว่าภาพของผม น่าเบื่อ ในปี 1967 ซึ่งเขียนไว้ในหน้าแรกเลย

?ผมควรที่จะหยุดการพยายามที่จะเลียนแบบช่างภาพอื่นๆ ?

มันช่วยผมได้มาก ผมเริ่มถ่ายภาพแบบใหม่ มุ่งมั่นในสิ่งที่ผมสนใจจะถ่าย ไม่ได้คิดถึง ความสำเร็จ ชื่อเสียงต่างๆ แต่แค่ความสนุกในการปลดปล่อยความเป็นไป ซึ่งผมได้ทำต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้

เดวิด - สิ่งที่ทำให้ มือใหม่ สับสนนั้นส่วนหนึ่งก็คือผู้สอนต่างๆ เน้นว่าภาพมาได้ยังไง ใช้เทคนิคอะไร มันแตกต่างและเป็นศิลป์อย่างไร มากกว่าการเน้นการสอนในการเลือก สิ่งที่จะถ่าย
ประวัติของภาพถ่าย ก็คือ ประวัติดั้งเดิมของการเลือกสิ่งที่จะนำเสนอ ดังนั้นสิ่งแรกคือ ต้องเลือกว่าจะถ่ายอะไร ความสนใจ กระตือรือร้น ของคุณต่อสิ่งนั้น จะทำให้คุณถ่ายทอดความเป็นไปของสิ่งนั้นออกมาให้ผู้อื่นทราบได้ จากภาพของคุณ

บิล - อืม อันนี้ทำให้ผมระลึกถึง ราล์ฟ สไตเนอร์ นักถ่ายภาพผู้ยิ่งใหญ่ เขามักจะเขียนจม.มาเย้าผมเล่น หลังจากได้เห็นผลงานของผม และมักลงท้ายว่า" แต่คุณก็ยังไม่ได้บอกผมว่าคุณเล็งกล้องถ่ายอะไร อันนี้จึงสำคัญ" และเขาพูดถูกอย่างที่พวกอังกฤษมักพูด (สำนวน get down to brass tack -ผู้ถอดความ) เราควรกลับไปตั้งต้นใหม่ โดยเน้นให้คำแนะนำในการเลือกสิ่งที่จะถ่ายก่อน

เดวิด - ล้อเล่นน่า ผมเดาว่าการให้คำแนะนำว่าอะไรควรเลือกถ่ายนี่ ไม่ได้รับความสนใจหรอก และแม้ว่าพวกเขาจะสนใจ แต่ผมก็ไม่สามารถรู้ได้ถึงจิตใจคนอื่นๆว่า เขาชอบเรื่องอะไร บิล - ก็ใช่นะ แต่เราพูดเฉพาะหลักการเลือกก็ได้กระมัง

เดวิด - สิ่งแรกที่ควรทำคือ จดบันทึกในเวลาสงบที่ความคิดบังเกิดขึ้น เขียนสิ่งที่คุณสนใจ หรือเขียนรายชื่อสิ่งที่คุณชื่นชอบ โดยไม่ต้องมีการเกี่ยวข้องกับรูปถ่ายก็ได้ หาดูว่าอะไรที่ดึงดูดความสนใจของคุณมากที่สุดในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ต้องสนใจการถ่ายภาพ พยายามระบุให้เจาะจงที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ และถ้ามีรายชื่อมากแล้วก็ค่อยๆมาตัดออกโดย การพิเคราะห์ว่า

เรื่องนั้นมันมองเห็นได้หรือไม่? โดยการตั้งคำถามนี้ต่อตัวเอง คุณก็สามารถตัดพวกเรื่อง ปรัชญาแนว เอ็กซิสตองเชียล (นักคิดผู้โด่งดังในแนวคิดนี้เช่น ฌัง ปอล ซาร์ต -ผู้ถอดความ) เรื่องบัญญัติเดิม(Old testament) หรือสิ่งมีชีวิตในดาวดวงอื่นๆ ออกไปได้


เรื่องนี้ทำได้หรือไม่? คุณก็จะสามารถตัดเรื่องที่ทำได้ยากออกไป ยกตัวอย่าง เช่นคุณอยู่ในเดนเวอร์ มีรายได้จำกัด คุณควรตัดเรื่องเจดีย์ในญี่ปุ่นออกไป นอกจากจะดูว่าทำได้หรือไม่แล้ว ให้ดูว่าจะเข้าถึงได้หรือไม่ด้วย เช่นไม่ควรถ่ายภาพดาราดังเพราะมันเข้าถึงได้ยาก


เรื่องที่จะถ่ายคุณรู้ดีพอหรือไม่? ถ้าไม่รู้อย่าทำหรือจนกว่าคุณจะค้นคว้าอย่างพอเพียง เช่น คุณไม่ควรถ่ายภาพแหล่งเสื่อมโทรมในเมือง โดยเพียงแค่ เดินถ่ายรูปของพังๆต่างๆตามหน้าประตูบ้าน อย่างนี้ เป็นการฉกฉวย ไม่ใช่การสำรวจ (ตรงนี้เป็นการเล่นคำในภาษาอังกฤษคือThat?s exploitation, not exploration -ผู้ถอดความ)


มันน่าสนใจหรือเปล่า ? อันนี้ใช้กลอุบายได้ แต่ก็มีค่าควรที่จะทบทวนกับตัวเองก่อน เพราะถ้ามีหลายๆเรื่องที่คุณสนใจเท่าๆกัน คุณควรดูว่าอะไรที่คนอื่นอาจสนใจ ที่ว่าอาจต้องใช้กลอุบาย ก็คือเรื่องที่คุณจะทำนั้นอาจมีกลุ่มคนที่สนใจเพียงกลุ่มเล็กๆ แต่ด้วยอุบายที่เหมาะสมอาจชักนำให้เกิดความสนใจในชนกลุ่มใหญ่ได้

บิล - ขอผมแทรกตรงนี้ ในฐานะผู้บรรยายอาชีพ มันยากในการถ่ายทอดสิ่งที่ไม่น่าสนใจ ให้แก่กลุ่มผู้ฟังที่กำลังเบื่อ ผมต้องชักจูงความสนใจของพวกเขาขึ้นมาก่อนที่จะปล่อยสาระที่ต้องการออกไป ผมไม่ใช่ผู้ให้ความบันเทิงอาชีพ ผมเชื่อว่ามันมีเส้นแบ่งที่ชัดเจน ระหว่างเรื่องที่อยู่ในความสนใจของคนกลุ่มใหญ่ หรือการชักจูงให้เกิดความสนใจ ผมเรียกมันว่า bum-factor คือผู้ฟังตระหนักเพียงไรว่าก้นคุณนั่งอยู่บนอะไร เดวิด, คุณกำลังพูดถึง เส้นแบ่งนี้ใช่ไหมครับ เส้นที่แบ่งระหว่างเรื่องที่คุณสนใจกับ เรื่องที่คนอื่นๆสนใจ

เดวิด - ใช่ครับ ถ้าผลการพิจารณาจากคำถามข้างต้น แล้วผลออกมายังเท่าๆกัน มันก็ไม่เสียหายอะไรนัก ถ้าเราจะเลือกเรื่องที่คนส่วนใหญ่สนใจ ในความเป็นมนุษย์ ทำให้บางครั้งเราต้องเลือกสิ่งบางอย่างโดยไม่ต้องมีเหตุผล แต่ที่เราควรคำนึงคือเหตุการณ์ สีเทานี้ บางครั้งเราอาจลืมจุดสำคัญไปได้

เรื่องที่ควรเลือกอาจเป็น

ก. เรื่องที่คุณสนใจมากๆอย่างน้อยก็ช่วงเวลาหนึ่งที่จะผลิตงานออกมาได้
ข. สามารถสื่อออกมาเป็นภาพได้ ใช้ภาพอธิบายได้ประหนึ่งคำบรรยาย
ค. มันยังคงอยู่ ทำให้เมื่อคุณมีเวลาทบทวนแก้ไข ยังคงทำได้

มุสะโตะ
15th February 2007, 11:15
บิล - ผมขอเพิ่มตรงนี้สักเล็กน้อย การขอให้เจาะจงเรื่องให้แคบลงเท่าที่จะทำได้
รายนามสิ่งที่น่าสนใจมันอาจมากและกว้างเกินไป ที่จะใช้ได้ ผมมีประสบการณ์ในการเลือกเรื่องที่จะให้นักเรียนสัมมนาหรือวิจัย ซึ่งนักเรียนมักเลือกเรื่องที่อาจเขียน เป็นหนังสือทั้งเล่มได้เลย ใม่ใช่แค่หัวข้อเล็กๆ ความยากอยู่ตรงที่จะเลือกเรื่องเล็กๆ ที่น่าสนใจได้อย่างไร

พวกเขาอาจเลือก ลักษณะแห่งวีรบุรษ แต่ผมอาจแนะนำ เรื่องของ "เลวิส แครรอล "พวกเขาอาจเลือก การแบ่งแยกลักษณะภาพถ่าย ผมอาจบอก "การใช้ลูกแก้วในงานถ่าย " หรือพวกเขาอาจเลือก ภาพถ่ายของละติน-อเมริกัน ผม ก็อาจจะแนะนำ "ภาพดิจิทัลของ เปโดร แมร์ "

นี่เป็นแค่ยกตัวอย่างในการเลือกหัวข้อนั้นๆให้เล็กลง

เดวิด - มันเหมือนกัน ในการเลือกเรื่องมาถ่าย เมื่อผมพูดว่าให้เจาะจงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมหมายถึง เรื่องที่เป็นไปได้ ในเวลาที่เหมาะสม ดั้งนั้น ถ้าเลือกดี เรื่องก็จะทำได้ง่าย
เอาละผมขอยกตัวอย่างบ้างเช่น อาจเลือก ชีวิตในการเป็นนักศึกษาในวิทยาลัยทั่วไป แทนหัวข้อ "การศึกษา" หรือเลือก ต้นไม้ที่เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรม แทนหัวข้อ "ดอกไม้"

คงได้ประเด็นความคิดนะครับ

บิล - ผมว่าสำหรับมือใหม่ การแนะนำให้สร้างรายชื่อ อาจก่อให้เกิดการถกเถียงอย่างดื้อรั้นได้ อีกทั้งการเน้นให้เข้าถึงเรื่องของสิ่งที่จะถ่าย ผมแน่ใจว่า จะทำให้บางคนอาจคิดว่า มันทำลายความสุขในการถ่ายภาพ

เดวิด - อาจเป็นได้ แต่ความจริงก็คือ มัน(การสร้างรายชื่อ)ได้ผล การถ่ายไปเรื่อยๆ หวังว่า จะมีสักรูป ที่โดดเด่นขึ้นมา(แบบที่มือใหม่ทำกันอยู่นั้น) ผลคือมันไม่ได้ผลหรอกครับ เสียใจด้วยในตรงนี้นะครับ สำหรับมือใหม่ ถ้าวิถีของมืออาชีพ มันไม่ตรงกับความคิดฝันของคุณ ที่ผมจะบอกได้ก็คือ ในสี่สิบปี ที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับนักถ่ายภาพที่เก่งๆ ทั่วโลก ที่ใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ และมีแนวทางการทำงาน แตกต่างกันไป แต่ทุกคนมีความคิดร่วมเหมือนกัน คือในการถ่ายภาพ พวกเขามีความรู้ ความกระตือรือร้น และเข้าใจในสิ่งที่กำลังถ่าย และพวกเขามีการวางแผนล่วงหน้า

บิล - เราค่อยกลับมาที่ความคิดในการวางแผนการถ่ายอีกครั้งในภายหลัง แต่ผมขอบอกว่า จุดประสงค์ของการคุยนี้ก็เพื่อ สร้างแรงบันดาลใจให้เหล่ามือใหม่ทั้งหลาย การแนะนำนี้ดูเหมือน จำกัดความคิดในการเริ่มถ่าย แนะนำตรงไปที่การบันทึก ใบหน้า สถานที่ แต่แท้จริงแล้วเราเริ่มที่การชี้แนะมือใหม่
แต่สำหรับนักถ่ายภาพทั่วๆไป การคุยในวันนี้ไม่ได้จำกัดความคิด แต่ยังแนะด้วยว่าให้พัฒนา ไปได้อย่างไม่มีข้อกำหนด ตามแต่ความสามารถในการแปลผลของแต่ละคน

เดวิด - ใช่ครับ ในการเริ่มต้น ต้องแคบและชัดเจน เพื่อจะได้รู้ว่าจะเล็งกล้อง ไปทางใด อย่างที่สไตเนอร์ ว่าไว้ และเมื่อถ่ายภาพมากๆเข้า ความกระตือรือร้น ความรู้ที่ได้จะพัฒนาให้คุณรู้ลึก และกว้างมากขึ้นในการถ่ายของคุณเอง มันจะมีทางไปของมัน

บิล - ผมขออุปมาดังนี้ เมื่อผมอยากจะทำสวน ผมจะปลูกต้นไม้ ผมสามารถเลือกเอา ส่วนต่างๆกิ่งไม้ ลำต้น ใบ มาใส่ได้เลย ก็กลายเป็นต้นไม้ที่ต้องการ จะให้สวยยังไงก็เลือกได้ แต่ต้นไม้คงจะตาย มันไม่เติบโต ดังนั้นเราควรเริ่มจากต้นกล้า ค่อยๆเพาะ และรดน้ำดูแล อดทน หน่อนั้นก็จะเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ และมีรูปร่างแตกต่างๆไป มีความแปลก แตกต่างและงดงามโดยเราคาดไม่ถึง เช่นกันกับการถ่ายภาพ การเติบโตทางความคิดอ่าน การถ่ายเรื่องที่เลือกแล้วให้ออกมาให้เห็นได้

เดวิด - อย่างที่คุณทราบ บางครั้งการมองปัญหา ถ้าเรามองมุมกลับอาจทำให้เห็นทางออกง่ายขึ้น เช่น ปัญหา ความซื่อสัตย์ในการถ่ายภาพ เราอาจมองว่าอะไร คือความไม่ซื่อสัตย์ในการถ่ายภาพ ก็จะมองภาพความไม่ซื่อสัตย์ได้ชัดเจนขึ้น

เช่นกัน อะไรคือทางเลือกในการให้ความสำคัญกับสิ่งที่จะถ่าย ? มันอาจเป็นความน่าหลงใหล มากของการคว้าภาพในช่วงที่สวยงามของดอกไม้ไฟ แต่ความลึกและความเป็นมาเบื้องหลังนั้นอีกเรื่องหนึ่ง มือใหม่อาจต้องเครียดในการหาความแตกต่าง และความใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำ จนทำให้เกิด การใช้วิธีการที่ไม่ถูก และนำไปสู่การกลายเป็นต้นไม้ที่ตายแล้วในที่สุด

อีกปัญหาหนึ่ง ถ้าภาพที่ได้ไม่แสดงถึงความเป็นมา ถ้าใช้คำของ เอ็ดเวิร์ด เวสตัน

ดังนั้น นักถ่ายภาพก็จะไม่ได้เรียนรู้อะไรกับโลกแท้จริง พวกเขา(ผู้ถ่าย)แค่ตัดสินสิ่งต่างๆตามจากตัวเอง "นี่คือสิ่งที่ฉันรู้สึก" ซึ่งมันมีมานานแล้ว และมันนำไปสู่การวิเคราะห์อันไร้ประโยชน์โดยที่งานนั้นมีคุณค่าเพียงผิวเผิน

บิล - ผมเกรงกับสิ่งเหล่านี้ (ความมั่นใจ ดื้อรั้นทำ ในสิ่งที่ตนยังไม่เข้าใจเพียงพอ) เป็นวิกฤติอย่างหนึ่งของการถ่ายภาพที่ต้องเผชิญ ความเป็นตัวตนนั้นมีบางคนเชื่อว่านักถ่ายภาพควรย้อนพิเคราะห์ดูตัวเองประหนึ่งเป็นคนธรรมดาทั่วไป แต่ผมไม่เห็นด้วย ที่จู่ๆมือใหม่ผู้หนี่งก็เกิด มีความลึกล้ำของตัวตนที่จะมีงานแสดงออก ขึ้นมาได้อย่างฉับพลัน และที่ตลกคือ แม้ว่างานนั้น มัน จะแย่ขนาดไหน มีความตื้นเขิน ผิวเผิน และคับแคบ ไม่ต่อเนื่องปานใด แต่ในทันทีที่ได้รับการยอมรับยกยอจากบางกลุ่มคนที่ไม่รู้เรื่องราวอะไร มือใหม่ผู้นั้นก็กลายเป็นนักถ่ายภาพได้ อย่างน่าประหลาด

เดวิด - มันไม่มีมาตรฐาน ที่ผมหมายถึงคือไม่มีการกำหนดออกมาเป็นสิ่งที่วัดได้ว่า ภาพไหนสำเร็จหรือภาพไหนล้มเหลว ถ้าเขาบอกว่า" นี่ไงที่ผมรู้สึก" คุณไม่อาจบอกได้หรอกว่า "คุณไม่ควรรู้สึกแบบนั้น"
ขอย้ำว่า ผมไม่ได้คัดค้านการถ่ายภาพในแนวของตัวเอง นั่นเป็นประโยชน์ของการใช้เครื่องมือ แต่อย่าลืมว่าอาจจะมีคนชอบภาพแนวนั้นแค่คนเดียวคือตัวผู้ถ่ายเอง เป็นการยากที่จะพบว่า แนวของตัวเองนั้น อยู่ๆจะสามารถมีผลให้คนส่วนใหญ่ชอบด้วย

บิล - นักถ่ายภาพส่วนมากจะสร้างความนิยมโดย การลดความเป็นตัวเองและเน้นความ
สำคัญของเรื่องที่จะถ่ายทอดให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ผมพูดจริงๆนะครับ ไม่ได้ล้อเล่น นักถ่ายดังกล่าวมักเป็นสมาชิกกลุ่ม ออกัส (กลุ่มนักถ่ายภาพใหญ่กลุ่มหนึ่งในประวัติศาสตร์ -ผู้ถอดความ) ทั้งหมดแทบไม่มีใครรู้จักตัวตน อย่างไรก็ตามวันนี้จะขอเน้น ที่แบบอย่างเฉพาะตัว ของนักถ่ายถาพ ที่เหล่ามือใหม่มักเน้นและแสดงออกในตัวตน พอๆกับการแสดงสิ่งที่ถ่าย

คุณเห็นด้วยไหมครับ?

เดวิด - ในยุคปัจจุบันของกลุ่มนักถ่ายภาพเชิงศิลป์ ผู้ที่นำเสนอเน้นที่งานมากกว่าความเป็นตัวเอง จะเป็นการสร้างความแตกต่างที่โดดเด่น ไปโดยที่ไม่ต้องเน้นอะไร

ตอนนี้ผมขอพูดติดตลกว่าความจริงก็คือ นักถ่ายภาพหรือแม้กวี มักมีความคิดฝัน มีความเป็นตัวตน เป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างผลงานภาพโดยไม่มีตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่จะไม่ใช่ด้วยความตั้งใจ เพียงแต่รูปแบบเฉพาะที่เกิด มันเป็นสิ่งที่เกิดตามมา ไม่ใช่เป้าหมาย ความเป็นตัวเองจะออกมาโดยไม่ต้องเน้น จะพบได้ว่าการเกิดรูปแบบเช่นนี้จะเด่นชัดและแข็งแกร่ง มากกว่าการเจาะจงเน้นความเป็นตัวเองออกมาอย่างตั้งใจเสียอีก

บิล- คล้ายๆกับการเดินกลับกระท่อมกลางป่า ใต้แสงดาว คุณจะเห็นทางโดยไม่ต้องมอง
หรือกลับมาที่การเปรียบกับต้นไม้ของผม การคงอยู่ของชีวิตที่เราเรียกต้นไม้ อยู่ได้ด้วยสิ่งที่มองไม่เห็นคือราก ที่อยู่ใต้ดิน รากทำให้ต้นไม้โต และสามารถยืนหยัดในลมพายุได้

ผมรู้ว่าอุปมานี้ไม่ค่อยดีนัก แต่ผมอยากให้มีการค้นหาตัวตนของสิ่งต่างๆ ด้วยตัวตนภายในของนักถ่ายภาพเอง

เดวิด - ใช่มันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนักแต่ผมเข้าใจความหมายของคุณ ผมว่าคำตอบนั้นง่ายๆเลย คือการเข้าถึงเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งที่จะนำเสนอ ไม่มีคนสองคนที่เหมือนกันทุกอย่าง คิดเลือกรายชื่อเดียวกัน ทำในแนวเดียวกัน การเลือกสิ่งที่จะถ่ายนั่นละคือการนำเสนอตัวตนของคุณแล้ว ยิ่งสนใจลึกลงไป คุณจะยิ่งเข้าใจ และนั่นละจะสร้างโอกาสในการ แสดงตัวตนภายในออกมา
บิล ผมเคยดูโทรทัศน์สัมภาษณ์นักไวโอลินผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง ที่ถูกถามให้อธิบายชีวิตในแต่ละวัน เขาตอบว่า ในระหว่างอาหารเช้าเขาทบทวนโน้ตเพลง แต่งเพลงในช่วงเช้า
คิดถึงดนตรีตอนเดิน ฝึกซ้อมไวโอลินตอนบ่าย เล่นคอนเสิร์ตตอนเย็น พบปะเพื่อนนักดนตรี และเข้านอนโดย ฝันถึงไวโอลิน

ผู้สัมภาษณ์ตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะบอกว่า ดูเหมือนชีวิตช่างแคบเหลิอเกิน

?ใช่?

นักไวโอลินตอบรับ และอธิบายต่อ ในตอนแรกชีวิตช่างแคบเหลือเกิน ไม่มีอะไรเลย แต่แล้วก็แปลก คล้ายๆกับดนตรีของเขาผ่านจุดแคบที่สุดของ ขวดแก้วนาฬิกาทราย มันขยายกว้างขึ้นกว้างฃึ้น ตอนนี้ดนตรีของเขากลายเป็นหนึ่งเดียวกับวิถีชีวิตไปแล้ว

เดวิด - ในแง่ความจริง นักถ่ายภาพก็คือนักถ่ายภาพตลอดเวลาเต็มร้อย ในระหว่างที่ผมเดินทางมาพบคุณ ผมอ่าน ร้อยแก้ว สี่บท ที่เขียนโดย ไมเคิล เดอ มอนเทน(กวีชาวฝรั่งเศส ๑๕๓๓-๑๕๙๒ -ผู้ถอดความ ) พบความเกี่ยวเนื่อง ระหว่างแนวคิดของเขากับการถ่ายภาพในยุคปัจจุบัน แม้บทประพันธ์นี้จะเขียนในช่วงปลายของศตวรรษที่๑๔
ผมมักจะชอบดูภาพยนต์กับนักถ่ายภาพที่ผมนับถือ เพราะเมื่อเราคุยกันหลังจากนั้น

จะได้ความคิดเกี่ยวกับการวางโครงเรื่อง บทสนทนา การแสดง มุมกล้อง จังหวะการเดินเรื่อง ซึ่งสามารถนำข้อคิดที่ได้มาใช้ในงานของเรา ทุกสิ่งที่เราพบ มันเป็นข้าวสำหรับโรงโม่ ที่จะโม่ออกมาเป็นอาหารเลี้ยงดูผู้คนได้

การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ในทุกๆวัน การรู้ซึ้งนี้สามารถแสดงออกมาได้ ไม่สงสัยเลยว่า ความเป็นตัวตนของช่างภาพจะถูกถ่ายทอดออกมาในภาพของพวกเขา

บิล - ความมุ่งหมายที่ยอดเยี่ยม คือการประสานระหว่าง ตัวตน และสิ่งที่จะนำเสนอ ซึ่งภาพที่ได้ จะแสดงถึงความสัมพันธ์ของจิตวิญญาณ และ.....โลก

End...

oaksta
15th February 2007, 11:17
ว้าว เล่มนี้ผมไปซื้อมาจากร้านขายหนังสือเก่าครับ

Tucky
15th February 2007, 11:21
ขอบคุณมากนะครับ นอท ... รออ่านต่อนะงับ :penflag:

OATLotust
15th February 2007, 11:27
ขอบคุณบทความดีๆครับ

mex
15th February 2007, 11:35
อันจบ 1 รอบ ยังงงงง เดี๋ยวมาอ่านใหม่ อีกซะหลายหลายรอบ

PorPae
15th February 2007, 11:37
เรื่องที่จะถ่ายคุณรู้ดีพอหรือไม่? <---- โดนเลยครับ เพราะหลายครั้งมากๆที่ออกไปถ่ายรูปแบบที่ไม่มีความรู้ใดๆ เกี่ยวกับสถานที่หรือสิ่งที่จะถ่ายเลย คิดแต่ว่า ไปถึงแล้วค่อยหาอะไรที่น่าสนใจหรือมุมสวยๆ ถ่าย
ผลลัพธ์ก็คือ ได้แค่รูปเหมือนกับ snapshot ธรรมดากลับมา ไม่มีค่าหรือน่าสนใจใดๆเลย :pen102:

ขอบคุณน๊อตมากครับ ที่ไปเจอบทความดีๆ แล้วนำมาถ่ายทอดต่อ :pen153:

DayWalker
15th February 2007, 11:45
ขอบคุณมากครับ ขออนุญาตเซฟเก็บไว้ในคลังนะครับ

UnSub
15th February 2007, 12:14
ขอบคุณมากครับ สำหรับ บทความดีๆ:pen153:

mcmanoi
15th February 2007, 12:20
อ่านแล้วเกิดคำถามขึ้นกับตัวเองอยู่หลายทีเดียว

โดนใจตรงที่ "สิ่งที่เรารู้สึกเอง" มากๆ มันคือสิ่งที่จุดประกายที่เริ่มต้นสนใจและรักการถ่ายภาพ เพราะอยากเก็บสิ่งที่ตัวเองเห็นว่าสวย น่าสนใจไว้นานเท่านาน มากกว่าที่จะเป็นแค่ความทรงจำที่มันอาจจางหายไปในเร็ววัน

มันอาจจะดูผิวเผิน ไม่มีความรู้เกี่ยวกับสถานที่หรือสิ่งนั้นๆ บางครั้งอาจใช่ ไม่ปฏิเสธ

อืมม..ยังไงเด็กน้อยมือใหม่อย่างเราต้องเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง และพัฒนา ทั้งมุมมอง ฝีมือ และแนวความคิดอีกเยอะเลย เพื่อให้ได้มาซึ่งงานที่ดีมีคุณภาพ

ขอบคุณพี่ มุสะโตะ มากๆ ค่ะ :pen153:

gooseberry
15th February 2007, 13:10
ยอดเยี่ยมเลยครับ....

dek
15th February 2007, 13:34
:pen156: :pen156: :pen156:

bee52
15th February 2007, 13:36
ขอบคุณครับ :pen103:

phattara
15th February 2007, 14:22
ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ

sirsut
15th February 2007, 14:38
ชอบมากค่ะ :pen103: :pen103: เป็นแรงบันดาลใจที่ดีมากมาก ขอบคุณค่ะ :pen156: :pen156:

chayakoon
15th February 2007, 15:23
ขอบคุณหลายๆ

มีประโยชน์มากๆ

แต่... มึน.น น..น...น.....น......น........:pen167: :pen167:

Paainn
15th February 2007, 15:31
:pen145:
เยี่ยมเลยครับน็อต แต่อ่านแล้วยังไม่กระจ่างเลย ท่าทางต้องอ่านอีกรอบ :pen157:

kuang
15th February 2007, 17:34
Copy Front ไปวางใน Word ได้ 5 Page พอดี ขอบคุณค่า จาไปอ่านก่อนนอน แล้วพรุ่งนี้เช้าทวนอีกทีให้เข้าหัว ขอบคุ๊ณ... ขอบคุณ:pen153:

leknaam
15th February 2007, 18:45
ขอบคุณมากๆเลยครับ ที่แชร์บทความดีๆให้นะครับ....:pen153:

StormWindy
15th February 2007, 19:20
:pen153: :pen153: :pen153:

:pen116: :pen116: :pen116:

:pen146: :pen146: :pen146:

:pen108: :pen108: :pen108:

sandworm
15th February 2007, 19:56
ขอบคุณมากครับ

chai19
15th February 2007, 21:12
ดีมาก ๆ เลย น็อต

stupiz
15th February 2007, 23:58
อ่านจบแล้ว . . อยากได้เวอร์ชั่นต้นฉบับ อ่ะครับ อยากได้สำนวน ที่เค้าใช้

ใครมี ช่วยกรุณาด้วยครับ


ขอบคุณมาก ๆ ครับ คุณน๊อต :pen153:
V
V
V
V

มุสะโตะ
16th February 2007, 00:09
ครับนี่เวอร์ชั่นเต็ม On Being Photographer : A Practical Guide เป็น PDF 736KB ครับ

http://rapidshare.de/files/19202662/onbeingphotographer.rar


ส่วนนี่อีกเล่มหนึ่งครับ On Looking Photographs : A Practical Guide เป็น PDF 700KB ครับ

http://rapidshare.de/files/25471902/On_Looking_At_Photographs_-_David_Hurn___Bill_Jay.rar

http://pixhost.eu/avaxhome/avaxhome/2006-07-10/onbeing.jpg

thiti
16th February 2007, 00:25
ขอบคุณมากเลยครับ ที่แชร์บทความดีๆครับ

K_Power_F
16th February 2007, 01:09
ขอบคุณมากมากสำหรับบทความนี้ครับ ได้แง่คิดและข้อคิดหลาย ๆ :pen153: :pen153: :pen153:

:pen152: :pen152: :pen152: :pen152: :pen152:

apukprayura
16th February 2007, 08:01
เป็นบทความที่ดีจริงๆ ขอบคุณครับ

l3@l3Y
7th March 2007, 21:40
ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ นะครับ ขอบคุณครับ

สัญญา
8th March 2007, 00:51
เยี่ยมมากครับ อ่านแล้วฮึดเลยครับ เป็นกำลังใจครับ

PigBlue
8th March 2007, 04:12
:pen145: ขอ save as ก่อนนะค่ะ

:pen153: :pen153:

sevens
8th March 2007, 07:00
***:pen116: :pen116: :pen116:***
:pen156: ขอบคุณค้าบ :pen156:

cafedemars
8th March 2007, 11:09
ขอบคุณมากครับพี่น็อท

raart
14th March 2007, 16:24
ขออนุญาตเอาไปให้เพื่อนอ่านบ้างนะครับ

bettertogether
14th March 2007, 17:10
ขอบคุณมากคับ สำหรับบทความดีๆฮะ

GINJI
14th March 2007, 21:55
ขอบคุณมากๆเลยครับ ได้ข้อคิดดีจริงๆ

Ant
14th March 2007, 22:52
ขอบคุณครับ:pen103: :pen159:

taey2499
28th March 2008, 09:10
ขอบคุณ คุณน้ำพริกมากครับที่นำบทความดีๆมาให้อ่าน แต่พออ่านจบเครียดเลย อิอิ

rainbow
3rd April 2008, 22:56
เข้ามาเก็บข้อมูลเข้าคลังของตัวเองเหมือนกัน
ขอบคุณนะค่ะ

มือใหม่หัดขับถ่าย
3rd April 2008, 23:39
ยังไม่ได้อ่าน แต่เป็นความรู้ก็ต้องขอบคุณไว้ก่อนครับ

bunnyskull
4th April 2008, 08:50
อ่านแล้วรู็สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กน้อยแรกเกิดเลยครับ

nikkei919
4th April 2008, 09:22
ชอบครับ เหมือนเค้าจะสอนได้หลายๆเรื่องเลยนะครับ จริงๆ ผมชอบบทความพวกนี้มากกว่า พวกบทความสอนด้านเทคนิคอีกนะครับ อ่านแล้วทำให้กระตุ้นความคิดของเราเอง อ่านแล้วก่อเกิดแห่่งจิตนาการต่อไป สู้ๆ นะครับ ทุกคน หุหุ :pen133:

jomfoto
4th April 2008, 10:46
ขอบคุณมากๆครับ สำหรับบทความดีๆแบบนี้:pen153: :pen153:

pek-bonk
4th April 2008, 11:49
อ่านอยู่นานเลยคับ แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร .... สงสัยจะหัวขี้เลื่อย

dumdin
5th April 2008, 11:43
ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้
อย่างแรงนะครับ

top2view
5th April 2008, 13:53
เหมือนกับคติในใจผมเลยครับ
"เลนส์Lเอาไปถ่ายขี้มันก็ได้ขี้ เลนส์kitเอาไปถ่ายทองมันก็ได้ทอง"

Bunika
5th April 2008, 14:21
ขอบคุณมากๆครับ

เทพบันเทิง
5th April 2008, 14:23
เพิ่งจะเข้ามาอ่าน ได้ข้อคิดดีๆ...ขอบคุณมากครับ

directjho3d
10th April 2008, 22:49
ขอบคุณครับ

kosale
18th May 2008, 20:53
ขอบคุณครับ

GymP
24th May 2008, 16:38
ขอบคุณมากครับ มีประโยชน์สำหรับมือใหม่มากครับ ^^

KK_K
25th May 2008, 08:44
ยอดมากครับ
ขอบคุณเจ้าของกระทู้มากๆครับ..

gateway
3rd June 2008, 18:38
ขอบคุณครับ

VeK
3rd June 2008, 22:17
ขอบคุณครับสำหรับบทความ
จะได้นำไปพัฒนามุมมองตัวเองต่อไป

probmx
12th June 2008, 12:50
มาเก็บความรู้ครับ

มากมายๆ หุหุ

ขอบคุณครับ

maiwharn
12th June 2008, 13:23
ขอบคุณครับ...

ตามทางฝัน
12th June 2008, 14:25
:pen120: เดี๋ยวมาอ่านใหม่ครับ:pen120: :pen153: :penflag:

002
12th June 2008, 17:10
ขอบคุณที่แปลบทความดีดีมาให้อ่านครับ

jaysus
12th June 2008, 17:36
สำหรับบทความดีๆ ขอบคุณครับ

spirals
13th June 2008, 13:55
:pen153: :pen153: :pen153:
:pen152: :pen152: :pen152:
ขอบคุณครับ

นายบัดดี้
15th June 2008, 19:54
:pen145:

ขอบคุณครับ

anayol
4th September 2008, 09:55
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆๆครับ

nineeak
4th September 2008, 12:59
บทความนี้เยี่ยมไปเลยครับ กำลังตันมาก ๆ มีปัญหากับการเลือกสิ่งที่จะถ่ายอยู่พอดี อ่านแล้วเข้าอยากอยู่เหมือนกัน แต่ยังไงก็ต้องขอ ขอบคุณมากๆ ครับ

aee
4th September 2008, 14:07
ขอบคุณในควาพยายาม สิ่งดีดีมาแบ่งปันกัน ขอบคุณจริงๆครับ

kittynoys
16th September 2008, 21:33
ชอบมากเลยครับ ผมจะพยายามต่อไปครับ

Ch@rD
19th September 2008, 21:23
ขอบคุณค้าบ

fishdevil
5th October 2008, 09:56
ขอบคุณมากๆครับ สำหรับความรู้ดีๆ

hanuman-aggie
6th October 2008, 01:38
ขอบคุณมากสำหรับความรู้ใหม่(ของผม)นะคับ

imon
16th December 2008, 21:00
ทำไมเพิ่งมาเห็น :pen102:

ขอบคุณสำหรับบทความนะครับ :pen153:

moo-piing
19th December 2008, 00:53
ขอบคุณมากครับ

book_krabi
19th December 2008, 08:24
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ...

kaiskynet
19th December 2008, 11:02
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ อ่านแล้วรู้สึกดีมากครับ

yellowamm
19th December 2008, 13:35
ขอบคุณค่ะ เยี่ยมเลย

ToTa'
19th December 2008, 16:40
สุดยอดมากครับ ซักวันเราจะโต

sornieze'
19th December 2008, 22:55
อ่านแล้วมีกำลังใจมักๆๆคับ

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆๆ

และขอบคุณอีกทีที่แปลและสรุปให้ด้วยฮะ.....อิอิ

toengzaa
29th December 2008, 02:33
เปนบทความที่สะท้อนความมุมมองและความรู้สึก[ส่วนตัวน่ะคับ] ของช่างภาพมือใหม่อย่างผมได้อย่างผมได้ดีทีเดียวเลย

--ขอบคุณครับ--

pimsain
28th January 2009, 01:49
ขอบคุณค่ะ:pen153:

vigosss
28th January 2009, 02:06
ขอบคุนค้าบ:pen127:

shanaou
14th March 2009, 05:01
:pen153::pen153:ขอบคุณครับ พี่น้อง

k2w2yut
18th March 2009, 16:08
ขอบคุณค้าบบ

BBYA
27th March 2009, 17:07
เข้ามาอ่านครับ บทความดีๆ:pen123::pen123:

wiino
2nd April 2009, 01:10
ขอบคุณมากคับ อุตสาห์แปลมาให้

proton
6th April 2009, 02:30
ตามเก็บความรู้ครับ ขอบคุณครับ

thanawat7388
6th April 2009, 21:11
ขอบคุณครับ.....

wit346
4th January 2012, 02:14
ขอบคุณครับ:pen157:

I 2 do
4th January 2012, 21:15
ได้อ่านอีกรอบ ก็ได้แรงบันดาลใจตลอด ขอบคุณจขกท.ครับ

burapapath
26th January 2012, 17:04
เป็นคอลัมน์ที่ดีเลยครับ มีข้อคิดดึๆเยอะเลย ขอบคุณที่นำมาให้อ่านอีกครั้งครับ

robinoud
27th January 2012, 08:06
ขอบคุณครับ