PDA

View Full Version : คำถามเรื่อง รูรับแสง+ความคลาดแสง


tarimbo
2nd May 2007, 01:28
จากที่ตามอ่านในกระทู้ต่างๆ เมื่อขนาดรูรับแสงแคบลง ภาพที่ได้จะมีความชัดลึกมากขึ้น แต่พอถึงจุดหนึ่ง การลดขนาดรูรับแสงกลับทำให้ภาพเบลอเนื่องจากค่าความคลาดแสง ( diffraction?)

ทีนี้มาถึงคำถาม
คำนวณแล้ว ก็ต้องไม่เกินที่ f1/16(สำหรับ พวกตัวคูณ1.5) แล้วยังงี้ การตั้งค่า f แคบมากๆ อย่าง 22-32 จะเอาไปใช้ประโยชน์ได้ในสถานการณ์แบบไหนได้บ้างครับ

** ผมเคยเห็นกระทู้ที่คุณ DOF Jerk อธิบายเรื่องทำไมfแคบๆ แล้วไม่ชัด แต่ตอนนี้หาไม่เจอ รบกวนใครเจอช่วยโพสลิ้งค์ให้ด้วย หรือจะอธิบายให้ฟังเลยก็ได้ครับ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ:pen153: :pen153: :pen153:

taewtong
2nd May 2007, 10:20
จัดไป (แต่ภาพประกอบหายหมดแล้วนะ)
http://www.rpst-digital.org/forum/showthread.php?t=686&page=1

DoFJerk
2nd May 2007, 19:04
จากที่ตามอ่านในกระทู้ต่างๆ เมื่อขนาดรูรับแสงแคบลง ภาพที่ได้จะมีความชัดลึกมากขึ้น แต่พอถึงจุดหนึ่ง การลดขนาดรูรับแสงกลับทำให้ภาพเบลอเนื่องจากค่าความคลาดแสง ( diffraction?)

ทีนี้มาถึงคำถาม
คำนวณแล้ว ก็ต้องไม่เกินที่ f1/16(สำหรับ พวกตัวคูณ1.5) แล้วยังงี้ การตั้งค่า f แคบมากๆ อย่าง 22-32 จะเอาไปใช้ประโยชน์ได้ในสถานการณ์แบบไหนได้บ้างครับ ใช้ตอน...ไหน?
1. เอา depth เยอะๆ งับ.. พวก macro 1:1.. เนี่ย..จะเอา แมลงชัดทั้งตัว ก็ต้องหรี่ช่องรับแสงเข้าไป.. f/32 บางทียังจะ depth ไม่พอเลยงับ..
2. แสงเยอะมากๆ.. ย้อนแสงจัดๆ.. ประเภท.. ISO50 ชัตเตอร์ 1/8000 ก็แล้วยังไม่มืดพอ... ก็ต้องหรี่ช่องรับแสง เข้าไป..
3. อยากได้แฉกๆ.. แสงมันจะเลี้ยวเบนได้มากขึ้น.. แฉกมันก็ชัดขึ้น.. ยิ่งเลนส์สั้นเลนส์มุมกว้าง ช่องรับแสงยิ่งจะแคบมากกว่าพวกเลนส์เทเล.. แฉกก็ชัดขึ้น.. (ขึ้นอยู่กับรูปร่างของช่องไดอะเฟรมด้วย)

** ผมเคยเห็นกระทู้ที่คุณ DOFJerk อธิบายเรื่องทำไม f แคบๆ แล้วไม่ชัด แต่ตอนนี้หาไม่เจอ รบกวนใครเจอช่วยโพสลิ้งค์ให้ด้วย หรือจะอธิบายให้ฟังเลยก็ได้ครับ ผมก็จำไม่ได้แล้วงับ.. :pen102:
จำได้แต่ web เนี้ย http://www.cambridgeincolour.com/tutorials/diffraction-photography.htm
http://www.cambridgeincolour.com/tutorials/graphics/tut_diffraction_hidiff.png

อันนี้ก็ได้.. ยาวดี.. http://en.wikipedia.org/wiki/Diffraction 5 5 5 :pen103:

Blue Planet Earth
3rd May 2007, 09:05
ขอถามคุณ DoFJerk ครับ

เคยอธิบายไว้ว่า ช่างภาพมาโคร ชอบใช้เลนส์ทางยาวมากกว่า
เพราะสุดท้ายที่ขนาดภาพเท่ากัน เราได้ DOF เท่ากัน

1.แสดงว่า ถ้าเราถ่ายรูปบุคคล ต้องการละลายฉากหลังบุคคลแบบเต็มตัว
เลยเลือก เลนส์300 เป็นความเข้าใจผิดหรือไม่
(ใช้เลนส์ 150 แต่ถอยออกมาแทนได้หรือเปล่า)

2.หรือต้องอธิบายว่า เป็นเรื่องระยะชัด แต่ไม่เกี่ยวกับการเบลอของฉากหลัง
(การเบลอของฉากหลังเป็น COC)

ขอบคุณล่วงหน้าครับ

DoFJerk
3rd May 2007, 10:11
ขอถามคุณ DoFJerk ครับ

เคยอธิบายไว้ว่า ช่างภาพมาโคร ชอบใช้เลนส์ทางยาวมากกว่า
เพราะสุดท้ายที่ขนาดภาพเท่ากัน เราได้ DOF เท่ากัน คำกล่าวดังกล่าวเป็นจริง เมื่อ ถ่ายที่กำลังขยายใกล้ๆ 1:1 หรือ มากกว่านั้น ครับ..

1.แสดงว่า ถ้าเราถ่ายรูปบุคคล ต้องการละลายฉากหลังบุคคลแบบเต็มตัว
เลยเลือก เลนส์300 เป็นความเข้าใจผิดหรือไม่
(ใช้เลนส์ 150 แต่ถอยออกมาแทนได้หรือเปล่า) ถ้า f เท่ากัน.. 300mm ละลายได้มากกว่า 150mm ครับ.. หากสัดส่วนในภาพเท่ากันนะ ซึ่งหมายถึงระยะห่างต่างกัน.. แน่นอนว่า 300 จะใช้ระยะห่างมากกว่า 150 เท่าตัว...

2.หรือต้องอธิบายว่า เป็นเรื่องระยะชัด แต่ไม่เกี่ยวกับการเบลอของฉากหลัง
(การเบลอของฉากหลังเป็น COC) ระยะชัด (Depth of Field) กับ หลังเบลอ (Background Blur) ไม่ถึงกับไม่เกี่ยวกัน.. เกี่ยวข้องกันแต่ก็ไม่ได้เป็นสัดส่วนเชิงเส้นกันโดยตรง..
กล่าวคือ ระยะชัดน้อย หลังเบลอ ก็มากขึ้น จริง... แต่ เลนส์คนละทางยาวโฟกัส คนละ f-stop คนละระยะห่าง.. หากระยะชัดเท่ากัน หลังเบลออาจจะไม่เท่ากันครับ..

ส่วนเรื่อง CoC เอามาใช้เทียบกัน ตอนที่ format (ขนาด sensor ขนาด film) มันต่างกัน.. แต่เทียบที่ output เดียวกัน (ขนาด print ภาพเท่าๆ กัน)..
หากจะเอาไปเทียบตอนอัดออกมาสัก 10 นิ้ว.. sensor เล็กๆ ค่า CoC ก็น้อยกว่า พวก sensor ใหญ่ๆ... นึกออกไหม?

หนก บางหลวง
3rd May 2007, 14:49
ทั่น DoFJerkอธิบายไว้แจ่มแจ๋วไปเลย

ขอเสริมหน่อยก็แล้วกันครับ เกี่ยวกับการใช้เลนส์เทเลถ่ายภาพบุคคล

เวลาถ่ายภาพบุคคลจากเลนส์ความยาวโฟกัสแตกต่างกัน เราก็มักจะพูดถึงแต่เรื่องระยะชัดของฉากหลัง แต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงระยะระหว่างวัตถุกับฉากหลังที่ปรากฏในภาพถ่ายกัน

ยกตัวอย่างภาพด้านล่าง

http://www.pixpros.net/forums/attachment.php?attachmentid=35770&stc=1&d=1175146577 (http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=4755)

ภาพนี้ถ่ายด้วยเลนส์ในช่วงราวๆ 15 mm ต้นฉบับเป็นfilm slide แล้วเอามาduplicateด้วยD200

ความรู้สึกในสถานที่จริงๆนั้น ผมไม่ได้ยืนห่างองค์พระปฐมเจดีย์เท่าที่ปรากฏในภาพ และองค์พระปฐมเจดีย์เองก็ตระหง่านสูงล้ำกว่านี้ แต่เป็นผลในเรื่องของperspective distortionที่เกิดขึ้นจากเลนส์ไวด์ที่ผลักให้ฉากหลังถอยหลังออกไป


ในทางตรงกันข้ามเมื่อเราใช้เลนส์เทเลโฟโต้ ก็จะเกิดperspective distortionขึ้นมาในลักษณะที่ตรงกันข้ามกัน คือ มันจะดึงฉากหลังให้หดเข้ามาหาวัตถุด้านหน้า

นั่นคือ หากเราใช้เลนส์เทเลโฟโต้ขนาดยาวๆ ถ่ายภาพบุคคล เราก็จะเห็นฉากหลังหดถดเข้าใกล้กับแบบของเรามากขึ้น ดังภาพด้านล่างซึ่งเป็นภาพถ่ายท่องเที่ยวแบบขำๆ ด้วยเลนส์70-300 ระยะซูมที่ 170mm ใช้f/stopกว้างสุด ผมไม่ได้จะให้ดูระยะชัดหรือฉากหลังเบลอหรืออย่างไร แต่จุดที่ผมจะชี้ให้ดูที่คือ ทางรถไฟที่คดเคี้ยวเป็นรูปตัว S ที่ดูเหมือนว่ามันอยู่ไม่ห่างตัวแบบเท่าไหร่นัก ทั้งๆที่สถานที่จริงนั้น ทางรถไฟคู่นั้นทอดตัวอยู่ห่างออกไปมากพอสมควร รวมไปถึงมุมที่มันเลี้ยวโค้ง ก็ไม่ได้ดูโค้งเท่ากับในภาพนี้

กรณีที่เราจะพบในการใช้เลนส์ความยาวโฟกัสมากๆ เช่น 300 mmขึ้นไป ถ่ายภาพบุคคล ก็คือ บางครั้งฉากหลังหรือวัตถุที่อยู่ด้านหลัง จะถูกดึงให้มาแนบชิดกับแบบอย่างไม่สามารถเลี่ยงได้ เช่น กรณีคนสองคนยืนอยู่เหลื่อมกัน คนหลังอาจจะห่างจากคนแรกอยู่สักหน่อย แต่ผลของเลนส์จะทำให้คนทั้งสองยืนอยู่แนบชิดกัน ทำให้ไม่มีระยะห่างระหว่างคนสองคน บางทีก็อาจจะดูอึดอัดไปได้เหมือนกันนะครับ

นอกจากนี้ หากใช้เลนส์ขนาดsuper telephoto ถ่ายภาพบุคคลเฉพาะส่วนศีรษะ เราก็จะได้ภาพคนหน้าแบนๆ มิติที่ทำให้เห็นว่าสันจมูกโด่งๆก็จะเสียไป กลายเป็นว่าจมูกแทบจะแนบอยู่บนใบหน้าทีเดียว ( ตรงกันข้ามกับการเอาเลนส์wideถ่ายเฉพาะหน้า เราก็จะเห็นจมูกยื่นยาวออกมาจากหน้ายังกับแม่มดในการ์ตูนทำนองนั้น )

nutsjp
30th January 2013, 15:23
ทั่น DoFJerkอธิบายไว้แจ่มแจ๋วไปเลย

ขอเสริมหน่อยก็แล้วกันครับ เกี่ยวกับการใช้เลนส์เทเลถ่ายภาพบุคคล

เวลาถ่ายภาพบุคคลจากเลนส์ความยาวโฟกัสแตกต่างกัน เราก็มักจะพูดถึงแต่เรื่องระยะชัดของฉากหลัง แต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงระยะระหว่างวัตถุกับฉากหลังที่ปรากฏในภาพถ่ายกัน

ยกตัวอย่างภาพด้านล่าง

http://www.pixpros.net/forums/attachment.php?attachmentid=35770&stc=1&d=1175146577 (http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=4755)

ภาพนี้ถ่ายด้วยเลนส์ในช่วงราวๆ 15 mm ต้นฉบับเป็นfilm slide แล้วเอามาduplicateด้วยD200

ความรู้สึกในสถานที่จริงๆนั้น ผมไม่ได้ยืนห่างองค์พระปฐมเจดีย์เท่าที่ปรากฏในภาพ และองค์พระปฐมเจดีย์เองก็ตระหง่านสูงล้ำกว่านี้ แต่เป็นผลในเรื่องของperspective distortionที่เกิดขึ้นจากเลนส์ไวด์ที่ผลักให้ฉากหลังถอยหลังออกไป


ในทางตรงกันข้ามเมื่อเราใช้เลนส์เทเลโฟโต้ ก็จะเกิดperspective distortionขึ้นมาในลักษณะที่ตรงกันข้ามกัน คือ มันจะดึงฉากหลังให้หดเข้ามาหาวัตถุด้านหน้า

นั่นคือ หากเราใช้เลนส์เทเลโฟโต้ขนาดยาวๆ ถ่ายภาพบุคคล เราก็จะเห็นฉากหลังหดถดเข้าใกล้กับแบบของเรามากขึ้น ดังภาพด้านล่างซึ่งเป็นภาพถ่ายท่องเที่ยวแบบขำๆ ด้วยเลนส์70-300 ระยะซูมที่ 170mm ใช้f/stopกว้างสุด ผมไม่ได้จะให้ดูระยะชัดหรือฉากหลังเบลอหรืออย่างไร แต่จุดที่ผมจะชี้ให้ดูที่คือ ทางรถไฟที่คดเคี้ยวเป็นรูปตัว S ที่ดูเหมือนว่ามันอยู่ไม่ห่างตัวแบบเท่าไหร่นัก ทั้งๆที่สถานที่จริงนั้น ทางรถไฟคู่นั้นทอดตัวอยู่ห่างออกไปมากพอสมควร รวมไปถึงมุมที่มันเลี้ยวโค้ง ก็ไม่ได้ดูโค้งเท่ากับในภาพนี้

กรณีที่เราจะพบในการใช้เลนส์ความยาวโฟกัสมากๆ เช่น 300 mmขึ้นไป ถ่ายภาพบุคคล ก็คือ บางครั้งฉากหลังหรือวัตถุที่อยู่ด้านหลัง จะถูกดึงให้มาแนบชิดกับแบบอย่างไม่สามารถเลี่ยงได้ เช่น กรณีคนสองคนยืนอยู่เหลื่อมกัน คนหลังอาจจะห่างจากคนแรกอยู่สักหน่อย แต่ผลของเลนส์จะทำให้คนทั้งสองยืนอยู่แนบชิดกัน ทำให้ไม่มีระยะห่างระหว่างคนสองคน บางทีก็อาจจะดูอึดอัดไปได้เหมือนกันนะครับ

นอกจากนี้ หากใช้เลนส์ขนาดsuper telephoto ถ่ายภาพบุคคลเฉพาะส่วนศีรษะ เราก็จะได้ภาพคนหน้าแบนๆ มิติที่ทำให้เห็นว่าสันจมูกโด่งๆก็จะเสียไป กลายเป็นว่าจมูกแทบจะแนบอยู่บนใบหน้าทีเดียว ( ตรงกันข้ามกับการเอาเลนส์wideถ่ายเฉพาะหน้า เราก็จะเห็นจมูกยื่นยาวออกมาจากหน้ายังกับแม่มดในการ์ตูนทำนองนั้น )


ขอบคุณกระทู้เก๊าาาาาาเก่า
ความรู้แจ่ม ๆ
ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ

yuna
14th February 2013, 07:11
เข้ามาหาความรู้ประดับกาย

ัyodpakdee
4th August 2013, 20:51
ขอบคุณครับ เข้ามาเก้บความรู้ใหม่